หน้าเเรก

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content

วิดีโอล่าสุด

สิ่งที่ควรอ่านในคืนที่แสวงหาลัยละตุลก็อดร์(คืนที่ดียิ่งกว่า 1,000เดือน)

สิ่งที่ควรอ่านในคืนที่แสวงหาลัยละตุลก็อดร์(คืนที่ดียิ่งกว่า 1,000เดือน) ทั้ง 11 อย่างนี้ มีที่มาจากหะดีษเศาะเหี๊ยะฮฺทั้งหมด บอกให้ทราบเพื่อความสบายใจของพี่น้องที่จะนำไปกล่าวครับ ว่ามีที่มาที่ไป และแหล่งอ้างอิงที่ถูกต้อง ไม่ใช่หะดีษปลอม หรือหะดีษอ่อนหลักฐานครับ วัลลอฮฺ อะอฺลัม ไฟล์เอกสาร : https://drive.google.com/file/d/1EhbFvzYCy323ApLmOzxup5wnxwSS8Vtw/view?fbclid=IwAR1mtX7WjFx-j4YWbLWtKIphs1QXOoIlDpF83w0H-WKz23CdmOjALSDsSa0 เรียบเรียงโดย อาจารย์ ยะห์ยา หัสการบัญชา

ละหมาดตะรอเวียะฮฺแล้วห้ามละหมาดตะฮัจญุดอีก จริงหรือ?

คำแปลคลิบของฟะฎีละตุชเชค ดร.ศอและห์ อิบนุ เฟาซาน อัลเฟาซานเกี่ยวกับละหมาดตะรอเวียห์และตะฮัจญุดในช่วงสิบคืนสุดท้าย من يحرمون الناس من صلاة التهجد مع التراويح———————————————————————————–เราได้ยินจากนักศึกษาบางคน โดยเฉพาะอิหม่ามมัสยิดต่างๆ บางคนที่กล่าวว่าต้นเดือนหรือปลายเดือน(รอมฎอน) ก็เหมือนๆกัน คือไม่มีอะไรพิเศษในช่วงสิบคืนสุดท้าย ก็มีละหมาดเพียงสิบเอ็ดรอกอะห์ ไม่ว่าเราจะหมาดตอนหัวค่ำหรือตอนดึกละหมาดที่ว่า (ที่พวกเขาทำกัน) จริงๆแล้วก็ไม่ได้ถูกต้องอะไรนัก เป็นเพียงละหมาดแค่ชื่อเพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที นั่นแหละคือที่พวกเขาทำกัน ก็ยังดีหากพวกเขาทำแค่นั้น แต่ที่น่าเสียใจคือพวกเขากลับห้ามคนไม่ให้ละหมาดตะฮัดญุดอีกหลังจากที่ได้ละหมาดตะรอเวียห์ไปแล้ว พวกเขาห้ามคนเขา “ลาเฮาละวะลากูวะตะอิลลาบิลลาห์” พวกเขาเป็นแบบอย่างที่เลวจริงๆ ไม่ใช่ว่าท่านนบี ศ้อลลัลลอฮูอะลัยฮิวะซัลลัม จะละไม่ละหมาดในช่วงต้นๆรอมฎอน แต่ท่านละหมาดตอนต้นของกลางคืนรอมฎอนแล้วก็นอนหลับ(พักผ่อน) แต่พอเข้าสิบคืนสุดท้าย ท่านใช้เวลาเกือบทั้งคืน เพิ่มความขยันขันแข็ง เพิ่มความขะมักเขม้น แต่พวกนั้นกลับกล่าวว่าจะต้นเดือนหรือปลายเดือนก็ไม่แตกต่างกันก็มีละหมาดเพียงสิบเอ็ดร๊อกอะห์เท่านั้น สิบเอ็ดร๊อกอะห์ที่ทำกันนั้นทำเหมือนนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมทำหรือไม่ละ อ่านห้าญูซในสองร๊อกอะห์หรือมากกว่า และรุกั๊วอฺก็ยาวพอๆ กับยืน ส่วนสุญู๊ดก็เหมือนรุกั๊วอฺ กว่าจะเลิกละหมาดก็เกือบละหมาดฟัจริ จนกระทั้งท่านบิลาลมาหาและบอกว่าจะได้เวลาละหมาด (ฟัจริ) แล้ว นี่คือละหมาดของท่านรอซูล ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แต่พวกนั้นเอาแค่จำนวนแต่ไม่ได้เอาวิธีการละหมาดตามที่ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมละหมาด ส่วนซะละฟุศศอและห์ตามที่มีรายงานมา ต่างก็ให้ความสำคัญแค่ค่ำคืนเหล่านี้ (สิบคืนสุดท้าย) ต่างก็ยืนละหมาดกันนานๆ […]

“อัลกุรอานกับรอมฎอน” [VDO+PDF]

เอกสารประกอบการบรรยาย ความสำคัญของอัลกุรอานกับรอมฎอน : https://drive.google.com/file/d/1xrIIWihdKUn0u4SOasOqvmXMbRSixd-Q/view?usp=sharing ความประเสริฐของอัลกุรอาน https://drive.google.com/file/d/0B1GUIBc3UMZRWV9nX2ZjaWJldXc/view?usp=sharing “อัลกุรอานกับรอมฎอน” ตอนที่1 อ.ยะห์ยา หัสการบัญชา “อัลกุรอานกับรอมฎอน” ตอนที่2 อ.ยะห์ยา หัสการบัญชา “อัลกุรอานกับรอมฎอน” ตอนที่3 อ.ยะห์ยา หัสการบัญชา “อัลกุรอานกับรอมฎอน” ตอนที่ 4 อ.ยะห์ยา หัสการบัญชา “อัลกุรอานกับรอมฎอน” ตอนที่5 อ.ยะห์ยา หัสการบัญชา “อัลกุรอานกับรอมฎอน” ตอนที่6 อ.ยะห์ยา หัสการบัญชา “อัลกุรอานกับรอมฎอน” ตอนที่7 อ.ยะห์ยา หัสการบัญชา “อัลกุรอานกับรอมฎอน” ตอนที่8 อ.ยะห์ยา หัสการบัญชา

ด่าทอ สบถ ขณะที่โมโห จะทำให้เสียศีลอดหรือไม่?

🌷คำถาม : ในเดือนรอมฎอน เมื่อคนๆหนึ่งโมโหในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วเขาก็สบถด่าทอในขณะที่เขาโมโหอยู่นั้นจะทำให้การถือศีลอดของเขาเป็นโมฆะ(ใช้ไม่ได้)หรือไม่? 🌷คำตอบ : การถือศีลอดของเขาถือว่ายังไม่เป็นโมฆะ(ยังไม่เสียหาย) แต่ว่าผลบุญการถือศีลอดของเขานั้นบกพร่อง ดังนั้นจำเป็นสำหรับมุสลิมที่จะต้องควบคุมตัวเอง และระวังคำพูดของเขาให้ปลอดจากการด่าทอ นินทา ใส่ร้าย ฯลฯนอกเหนือจากนี้ในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้ามในขณะถือศีลอดหรือในวาระอื่นๆ โดยเฉพาะในขณะที่ถือศีลอดนั้นถือว่ายิ่งต้องระมัดระวังมากกว่าวาระอื่นๆเป็นพิเศษในการรักษาการถือศีลอดของเขาให้สมบูรณ์มากที่สุด และเขาจะต้องออกห่างจากการทำอันตรายหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น และจะต้องระวังไม่ให้ตนเองเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายและความเกลียดชังรวมถึงความแตกแยก เนื่องจากท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อลัยฮิ วะสัลลัมได้กล่าวว่า “ดังนั้นในวันที่ถือศีลอด คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านอย่าได้แสดงพฤติกรรมต่ำทรามหรือโวยวาย ทะเลาะกัน(บางสายรายงาน ระบุว่า เย้ยหยัน)ในวันนั้น และหากว่ามีคนใดคนหนึ่งมาต่อล้อต่อเถียงหรือท้าต่อยท้าตีกับเขา ดังนั้นเขาจงกล่าวกลับไปว่า แท้จริงฉันคือผู้ถือศีลอด” บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม 📚 อ้างอิงจาก ตำราประมวลคำตอบปัญหาศาสนาโดยคณะกรรมาธิการถาวรเพื่อการค้นคว้าวิชาการและตอบปัญหาแห่งชาติของประเทศซาอุดิอาระเบีย (เล่มที่ 10 หน้าที่ 332-333) 🌷เสริมจากผู้แปล และหากมีความจำเป็นในการถกปัญหาศาสนากันจะต้องให้การถกนั้นอยู่ในกรอบของวิชาการ ส่วนคำหยาบคาย เย้ยหยันตัวบุคคลในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหลักศาสนานั้นไม่เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการพูดคุยในเชิงวิชาการศาสนาที่อิสลามอนุญาตหรือผ่อนผันให้แต่อย่างใด เพราะการดะวะฮฺเชิญชวนผู้คนไปสู่อิสลาม หรือการตักเตือนกันนั้นจะต้องบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺ และใช้คำพูดที่ดีไม่หยาบคาย ไม่เย้ยหยัน ไม่ดูถูกกันครับ มิเช่นนั้นแล้ว การสั่งใช้ให้ทำความดีและห้ามปรามให้ออกห่างจากความชั่ว จะแปรเปลี่ยนไปเป็น การสร้างความเสื่อมเสียบนหน้าแผ่นดินแทนครับ ขนาดว่านอกเดือนรอมฎอน การด่าทอ ใส่ร้าย และทำร้ายผู้อื่น ยังมีสิทธิ์เป็นผู้ล้มละลายในวันกิยามะฮฺได้เลย แล้วนี่หากว่าในเดือนรอมฎอนความผิดบาปเหล่านี้จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขนาดไหนครับ […]

แบบอย่างจากชาวสลัฟผู้มีคุณธรรมในการต้อนรับเดือนรอมฎอน

แบบอย่างจากชาวสลัฟผู้มีคุณธรรมในการต้อนรับเดือนรอมฎอน | โดยชัยคฺศอลิหฺ บุตรของ เฟาซาน อัลเฟาซาน แบบอย่างของชาวสลัฟ(ในการต้อนรับเดือนรอมฎอน)ดังที่ถูกบันทึกไว้ในตำราต่างๆด้วยสายรายงานที่ถูกต้องน่าเชื่อถือนั้นก็คือ พวกเขาจะวิงวอนขออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงให้พวกเขามีชีวิตยืนยาวมาจนถึงเดือนรอมฎอนก่อนหน้าที่เดือนรอมฎอนจะมาถึงเสียอีก พวกเขาวิงวอนขออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงให้พวกเขามีชีวิตยืนยาวมาจนถึงเดือนรอมฎอนก็เพราะพวกเขารู้ถึงความดีและคุณประโยชน์อันมากมายมหาศาลที่อยู่ในเดือนนี้ จากนั้นเมื่อพวกเขาได้มีชีวิตอยู่ในเดือนรอมฎอนแล้ว พวกเขาก็จะวิงวอนขออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงช่วยเหลือพวกเขาในการทำความดีงามในเดือนรอมฎอน และเมื่อเดือนรอมฎอนผ่านพ้นไปแล้ว พวกเขาก็จะวิงวอนขออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงตอบรับการทำความดีของพวกเขา ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสว่า ‎((وَالَّذِينَ يُؤْتُونَ مَا آتَوا وَّقُلُوبُهُمْ وَجِلَةٌ أَنَّهُمْ إِلَىٰ رَبِّهِمْ رَاجِعُونَ () أُولَٰئِكَ يُسَارِعُونَ فِي الْخَيْرَاتِ وَهُمْ لَهَا سَابِقُونَ)) ความว่า “และบรรดาผู้ที่บริจาคสิ่งที่พวกเขาได้มาโดยที่จิตใจของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความหวั่นเกรงว่าพวกเขาจะต้องกลับไปหาพระเจ้าของพวกเขา ชนเหล่านั้นพวกเขารีบเร่งในการทำความดีทั้งหลาย และพวกเขาคือบรรดาผู้รุดหน้าไปก่อนสำหรับการทำความดีต่างๆ” (ซูเราะฮฺอัลมุอฺมินูน อายะฮฺที่ 60-61) โดยพวกเขา(ชาวสลัฟผู้มีคุณธรรมนำโดยศ่อหาบะฮฺ)เป็นผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียรในการทำความดีอย่างมาก หลังจากนั้นพวกเขาก็จะกังวลว่าการทำความดีของพวกเขานั้นจะถูกตอบรับหรือไม่ เพราะพวกเขารู้ถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ และพวกเขารู้ว่าอัลลอฮฺจะมิทรงรับการงานใดๆนอกจากการงานที่กระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อพระองค์เท่านั้นและต้องเป็นการงานที่ถูกต้องตรงตามแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดด้วยเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่หลงตัวเองและมีความเกรงกลัวว่าการทำความดีของพวกเขานั้นจะสูญเปล่าและไร้ค่า ด้วยเหตุนี้ความกังวลว่าการทำความดีของพวกเขาจะถูกตอบรับหรือไม่ จึงมีมากกว่าความเหน็ดเหนื่อยที่พวกเขาประสบขณะที่ขวนขวายทำความดีเสียอีก เนื่องจากอัลลอฮฺตรัสว่า ‎((إِنَّمَا يَتَقَبَّلُ اللَّهُ مِنَ الْمُتَّقِينَ)) ความว่า “แท้จริงอัลลอฮฺจะทรงตอบรับจากบรรดาผู้ที่ยำเกรงเท่านั้น” (ซูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ […]

ดูทั้งหมด >>