เกร็ดน่ารู้จากแบบอย่างของท่านนบีในการใช้ชีวิตคู่

วันนี้ได้อ่านตำราหะดีษเล่มหนึ่งชื่อว่า อุมดะตุ้ลอะห์กาม(ตำราเล่มหนึ่งที่รวบรวมหะดีษที่เกี่ยวกับหลักปฏิบัติศาสนกิจ โดยคัดเอาเฉพาะหะดีษที่บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิมเท่านั้น)
อ่านๆอยู่ก็ไปสะดุดตากับหะดีษสามบทเข้า ก็คือ

عَنْ عَائِشَةَ ، قَالَتْ : كُنْتُ أَغْتَسِلُ أَنَا وَالنَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مِنْ إِنَاءٍ وَاحِدٍ كِلَانَا جُنُبٌ.
وَكَانَ يَأْمُرُنِي فَأَتَّزِرُ فَيُبَاشِرُنِي وَأَنَا حَائِضٌ.
وَكَانَ يُخْرِجُ رَأْسَهُ إِلَيَّ وَهُوَ مُعْتَكِفٌ فَأَغْسِلُهُ وَأَنَا حَائِضٌ.

(ขออนุญาตสรุปแบบเอาแค่ใจความสำคัญ)

ท่านนบีมุฮัมมัดและท่านหญิงอาอิชะฮฺอาบน้ำด้วยกันโดยที่ทั้งคู่ต่างก็อยู่ในสภาพที่มีญุนุบ(ต้องอาบน้ำยกหะดัษใหญ่เนื่องจากมีเพศสัมพันธ์หรือมีอสุจิเคลื่อนออกมาจากร่างกาย) และใช้ภาชนะอาบน้ำเดียวกัน

และครั้งหนึ่งท่านนบีมุฮัมมัดได้หยอกล้อท่านหญิงอาอิชะฮฺในขณะที่นางมีประจำเดือนโดยที่ท่านนบีสั่งใช้ให้ท่านหญิงอาอิชะฮฺสวมผ้าถุงปกปิดเบื้องล่างด้วย

และครั้งหนึ่งท่านนบีก็ได้ยื่นหัวออกมาให้ท่านหญิงอาอิชะฮฺสระผมในขณะที่ท่านนบีกำลังพักในมัสยิดเพื่อทำความดี(เอียะติกาฟ) และท่านหญิงอาอิชะฮฺกำลังมีประจำเดือน

หะดีษทั้งสามนี้ บันทึกโดยท่านอิมามอัลบุคอรีย์

โดยเป็นหะดีษที่เน้นเรื่องฟิกฮฺในการทำความสะอาด สังเกตได้จากการที่นักวิชาการจำนวนมากต่างก็นำหะดีษบทนี้ไปเรียบเรียงอยู่ในหมวดวิชาฟิกฮฺที่ว่าด้วยการทำความสะอาด
แต่จุดหนึ่งในหะดีษที่สำคัญมากๆที่อาจถูกหลายๆคนมองข้ามไปหากว่าไม่นำมาพิจารณาและใคร่ครวญ นั่นก็คือการดูแลเอาใจใส่กันของคู่สามีภรรยา

จุดที่น่าสังเกตในประเด็นนี้ที่น่าสนใจและหลายๆคนอาจไม่ทันได้ฉุกคิด ก็คือ
การเอาใจใส่ครอบครัวของคู่สามีภรรยา ด้วยการให้ความรักความอบอุ่นรวมถึงความโรแมนติกในแบบที่ศาสนาอนุญาต แม้แต่เรื่องการอาบน้ำ หรือชำระล้างความสะอาดก็สามารถเป็นสิ่งเล็กๆที่ทำให้ชีวิตคู่อันเป็นเรื่องที่สำคัญดำเนินต่อไปได้ในระยะยาวได้ตลอดรอดฝั่ง
ทำไมหรือครับ?

ก็เพราะถ้าเราใส่ใจในรายละเอียดเราจะพบเลยว่า
1.ในหะดีษระบุว่า ท่านนบีมุฮัมมัดและท่านหญิงอาอิชะฮฺอาบน้ำด้วยกัน ซึ่งเป็นการกระทำที่จะช่วยกระชับความรักความผูกพันตลอดจนความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคู่ครองได้มากเลยทีเดียว

2. ในหะดีษระบุว่า ท่านนบีมุฮัมมัดได้หยอกล้อภรรยาเล่นแม้ในยามที่นางมีประจำเดือน เพื่อเป็นการสร้างความอบอุ่นใจว่า แม้ในยามที่ไม่สามารถร่วมหลับนอนได้แต่ก็สามารถหยอกล้อเล่นกันและให้ความรักความอบอุ่นกันได้ในแบบที่ศาสนาอนุญาต ไม่ใช่ว่าพอภรรยามีประจำเดือนคู่สามีภรรยาก็ออกห่างกันแบบต่างคนต่างอยู่ และยังเป็นการช่วยลดอารมณ์เกรี้ยวกราดหรือแปรปรวนของฝ่ายหญิงในขณะที่มีประจำเดือน อันจะนำไปสู่การทะเลาะหรือมีปากเสียงระหว่างคู่สามีภรรยาได้ดีอีกด้วย

3. การที่ท่านนบีมุฮัมมัดพักอยู่ในมัสยิด(เอียะอฺติกาฟ)เพื่อทำความดีงามต่างๆ ซึ่งดูผิวเผินเหมือนกับว่าการเอียะติกาฟนั้นจะต้องตัดขาดจากการใช้ชีวิตประจำวันไม่ติดต่อกับใคร แต่ท่านนบีมุฮัมมัดก็เป็นแบบอย่างให้แก่พวกเราว่า แม้ในยามทำความดีทำอิบาดะฮฺดังเช่นการเอียะติกาฟที่ดูเหมือนจะเป็นการปลีกตัวตามลำพังแล้ว แต่ก็ไม่เป็นการปิดกั้นที่สามีจะเอาใจใส่และติดต่อกับครอบครัวด้วยความรักความห่วงใยแต่อย่างใด

4.ประการนี้สำหรับผมมองว่าน่ารักและเป็นแบบอย่างให้ภรรยาได้อย่างดีเยี่ยมเลย ก็คือ การที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺสระผมให้ท่านนบีมุฮัมมัด ดูผิวเผินก็เหมือนว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าเราพิจารณาดีๆ เราจะพบว่า ท่านหญิงอาอิชะฮฺสระผมให้ท่านนบีมุฮัมมัดในขณะที่นางมีประจำเดือนอยู่ ซึ่งคนที่มีครอบครัวหรือตัวผู้หญิงเองจะเข้าใจดีว่าเวลามีประจำเดือน อารมณ์ผู้หญิงก็สามารถแปรปรวนแบบคาดเดาไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่มุสลิมะฮฺและภรรยาก็คือ แม้จะมีประจำเดือนที่อาจทำให้เกิดความแปรปรวนทางอารมณ์ แต่นางก็เอาใจใส่ปรนนิบัติท่านนบีมุฮัมมัดเป็นอย่างดีโดยไม่อิดออดหรือแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมออกมาเลย จุดนี้เป็นมุมที่น่ารักน่าชื่นชมที่บรรดาภรรยาทั้งหลายจะนำไปเป็นแบบอย่างมากๆครับ

ถ้าหลายๆครอบครัวเอาแค่คำสอนจากหะดีษสามบทนี้ไปใช้จริงๆในการใช้ชีวิตคู่แล้ว ชีวิตครอบครัวก็จะดำเนินต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งแม้จะมีอุปสรรคและปัญหาใดๆที่โถมเข้ามาก็ตาม -ด้วยพระประสงค์และการอนุมัติจากพระองค์-

วัลลอฮฺ อะอฺลัม

อ.ยะห์ยา หัสการบัญชา