ความประเสริฐสิบวันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺ

ความประเสริฐสิบวันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺเ
เรียบเรียงโดย อาจารย์ดาวูด รอมาน

🌷ซุลฮิจญะฮฺเป็นเดือนลำดับที่ 12 ตามปฏิทินอิสลาม

🌷เดือนซุลฮิจญะฮฺเป็นเทศกาลแห่งการทำอิบาดะฮฺทั้งฟัรดูและซุนนะฮฺ

🌷โดยเฉพาะช่วงสิบวันแรกที่รวมอิบาดะห์หลักไว้ในช่วงเวลาดังกล่าว

🌷อันประกอบไปด้วยละหมาด การถือศีลอด การทำทานและการประกอบพิธีฮัจญ์ ณ บัยตุลลอฮฺ ดังนั้นศาสนาส่งเสริมให้ทำอิบาดะฮฺให้มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการละหมาดซุนนะฮฺต่าง ๆ การถือศีลอด การบริจาคทาน หรือการกล่าวถ้อยคำระลึกถึงพระองค์อัลลอฮฺ

🌷และรวมถึงความประเสริฐของ วันอะรอฟะฮฺ วันนะหฺรุ วันตัชรีก

✨1. ความประเสริฐในช่วง 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺ

รายงานจากท่านอับดุลลอฮฺอิบนิอับบาสว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

‎[مَا مِنْ أَيَّامٍ اْلعَمَلُ الصَّالِحُ فِيهِنَّ أَحَبُّ إِلَى اللهِ مِنْ هَذِهِ اْلأَيَّامِ اْلعَشْرِ ، فَقَالُوْا يَارَسُولَ اللهِ وَلاَ اْلجِهَادُ فِي سَبِيْلِ اللهِ ؟ ، فَقَالَ رَسُوْلُ اللهِ صلى الله عليه وسلم : وَلاَ اْلجِهَادُ فِي سَبِيْلِ اللهِ ، إِلاَّ رَجُلٌ خَرَجَ بِنَفْسِهِ وَمَالِهِ فَلَمْ يَرْجِعْ مِنْ ذَلِكَ بِشَيْءٍٍٍ]

‎رواه البخاري وأبوداودوالترمذي وابن ماجه وأحمد

“ไม่มีการปฏิบัติการงานที่ดีในวันใดที่อัลลอฮฺทรงชอบมากกว่าการปฏิบัติในสิบวันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺ” บรรดาซอฮาบะฮฺก็ได้ ถามว่า “แม้กระทั่งการญิฮาด(การทำสงครามต่อสู้)ในหนทางของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ ?” ท่านร่อซูล กล่าวว่า “แน่นอน แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ เว้นแต่ผู้ที่ออกญิฮาดด้วยตัวของเขาเอง และทรัพย์สินของเขา แล้วไม่กลับมาพร้อมกับทรัพย์สินดังกล่าว (เพราะเสียชีวิตในสงครามและทรัพย์สินถูกศัตรูยึดไป)”

(บันทึกโดยบุคอรียฺ ติรมีซียฺ อบูดาวุด อะหมัด อิบนุมาญะฮฺ )

ชัยคฺมุฮัมหมัด ซอและห์ อัลอุษัยมีน กล่าวว่า “การงานที่ดีนั้นประมวลไปด้วยการละหมาด ทำทาน ถือศิลอด ซิกรุ้ลลอฮฺ ตักบีร อ่านอัลกุรอ่าน ทำดีต่อบิดามารดา เชื่อมสัมพันธ์กับเครือญาติ ทำดีกับมนุษย์ ทำดีต่อเพื่อนบ้าน และความดีทุกอย่างนอกเหนือจากดังกล่าว”(มูฮัมหมัด ซอและฮฺ อัลอุษัยมีน ในชัรหุริยาฎุซซอลิฮีน 267/3)

✨2. กล่าวซิกรุลลอฮฺให้มาก ๆ ในช่วง 10 วัน แรก

อัลลอฮฺกล่าวว่าว่า وَيَذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ فِي أَيَّامٍ مَعْلُومَاتٍ عَلَى مَا رَزَقَهُمْ مِنْ بَهِيمَةِ الْأَنْعَامِ

“…และกล่าวพระนามอัลลอฮฺในบรรดาวันที่รู้กันอยู่แล้ว ตามที่พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวก เขาจากสัตว์สี่เท้า…” (ซูเราะฮฺอัลหัจญฺ : 28)

ท่านอิบนิอับบาส กล่าวว่า คำว่า “บรรดาวันที่รู้กันอยู่แล้ว” คือ 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺ (อิบนุกะซีร ในตัฟซีรอัลกุร อ่านนุลอะซีม ซูเราะฮฺอัลหัจญฺ อายะฮฺที่ 28)

ท่านอับดุลลอฮฺอิบนุอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

‎[مَا مِنْ أَيَّامٍ أَعْظَمُ عِنْدَ اللَّهِ وَلَا أَحَبُّ إِلَيْهِ مِنْ الْعَمَلِ فِيهِنَّ مِنْ هَذِهِ الْأَيَّامِ الْعَشْرِ فَأَكْثِرُوا فِيهِنَّ مِنْ التَّهْلِيلِ وَالتَّكْبِيرِ وَالتَّحْمِيدِ]

“ไม่มีวันใดอีกแล้วที่การ ทำความดีจะมีคุณค่าความยิ่งใหญ่และเป็นที่โปรดปรานมากที่สุด ณ ที่อัลลอฮฺ มากไปกว่า การทำความดี ในช่วงสิบวันแรก ของเดือนซุลฮิจญะฮฺ ดังนั้นพวกท่านจงพยายามกล่าว ตะฮลีล ตักบีร และตะหฺมีด ให้มากๆ เถิด” (บันทึกโดยอะห์หมัด)

✨ 3. อัลลอฮฺทรงสาบานด้วยกับช่วงเวลา 10 วันนี้

เมื่ออัลลอฮฺทรงสาบานด้วยกับสิ่งใดสิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก และในช่วง 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺเป็นช่วงเวลาที่อัลลอฮฺทรงสาบานว่า

‎وَالْفَجْرِ (1) وَلَيَالٍ عَشْرٍ (2)

“ข้าสาบานด้วยยามรุ่งอรุณ (1) และด้วยค่ำคืนทั้งสิบ (2) ” (ซูเราะฮฺอัลฟัญรฺ : 1-2)

“และด้วยค่ำคืนทั้งสิบ” คือ 10 วันของเดือนซุลฮิจญะฮฺ เป็นคำอธิบายของอิบนุอับบาส อิบนุ ซุบัยรฺ มุญาฮิด และคำกล่าวอีกหลาย ๆ ท่านจากชาวสะลัฟ

✨ 4. วันอะรอฟะฮฺ

วันอะรอฟะฮฺคือวันที่ 9 ของเดือนซุลฮิจญะฮฺ ซึ่งเป็นวันที่บรรดาผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์ไปรวมตัวกันที่ทุ่งอะรอฟะฮฺ เป็นวันที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์ และยังเป็นวันที่ประเสริฐที่สุดของปี และในวันนี้ มีความประเสริฐ อันมากมาย ได้แก่

[4.1] พระองค์อัลลอฮฺทรงทำให้ศาสนาอิสลามสมบูรณ์

จากฎอริก อิบนฺชิฮาบว่า

‎أَنَّ أُنَاسًا مِنْ الْيَهُودِ قَالُوا لَوْ نَزَلَتْ هَذِهِ الْآيَةُ فِينَا لَاتَّخَذْنَا ذَلِكَ الْيَوْمَ عِيدًا فَقَالَ عُمَرُ : أَيَّةُ آيَةٍ فَقَالُوا : الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمْ الْإِسْلَامَ دِينًا فَقَالَ عُمَرُ : إِنِّي لَأَعْلَمُ أَيَّ مَكَانٍ أُنْزِلَتْ أُنْزِلَتْ وَرَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَاقِفٌ بِعَرَفَةَ

“มีชาวยิวคนหนึ่งได้พูดว่า หากว่าอายะฮฺนี้ได้ถูกประทานลงมาแก่พวกเราชาวยิว เราย่อมยึดวันนั้น เป็นวันอีดของ เราอย่างแน่นอน ท่านอุมัรจึงถามขึ้นว่า อายะฮฺไหนหรือ ? ชาวยิวตอบว่า

‎الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ الْإِسْلَامَ دِينًا

“วันนี้ข้าได้ทำให้ศาสนาของพวกเจ้าสมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว และข้าได้ให้ความ กรุณาเมตตาของข้าครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว” (ซูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ : 3)

ท่านอุมัร กล่าวตอบว่า “แท้จริงพวกเราทราบดีถึงสถานที่ที่อายะฮฺนี้ถูกประทานแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะ ซัลลัม ซึ่งขณะนั้นท่านกำลังยืนอยู่ที่ทุ่งอะรอฟะฮฺ” (บันทึกโดยบุคอรี)

[4.2] พระองค์อัลลอฮฺทรงปลดปล่อยบ่าวของพระองค์จากไฟนรกมากที่สุด

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา รายงานว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

‎[مَا مِنْ يَوْمٍ أَكْثَرَ مِنْ أَنْ يُعْتِقَ اللَّهُ فِيهِ عَبْدًا مِنْ النَّارِ مِنْ يَوْمِ عَرَفَةَ]

“ไม่มีวันใดอีกแล้วที่อัลลอฮฺจะทรงปลดปล่อยปวงบ่าวออกจากไฟนรกมากไปกว่าวันอะรอฟะฮฺ” (บันทึกโดยมุสลิม )

[4.3] เป็นวันอีดสำหรับผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์ที่อยู่ ณ ทุ่งอะรอฟะฮฺ

ท่านอุกบะฮฺ บิน อามิร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

‎[يَوْمُ عَرَفَةَ وَيَوْمُ النَّحْرِ وَأَيَّامُ التَّشْرِيقِ عِيدُنَا أَهْلَ الْإِسْلَامِ وَهِيَ أَيَّامُ أَكْلٍ وَشُرْبٍ]

“วันอะรอฟะฮฺ วันเชือด และวันตัชรีก เป็นวันอีดของพวกเราชาวอิสลาม เป็นวันแห่งการกินและดื่ม”(บันทึกโดยอบูดาวุด ติรมีซียฺ นะซาอียฺ เชคอัลบานียฺ ระบุว่าหะดีษบทนี้เศาะเหี๊ยะหฺ )

[4.4] การถือศิลอดในวันนั้นจะลบล้างบาปถึงสองปี

ท่านอบูกอตาดะฮฺอัลอันศอรีรายงานว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถูกถามเกี่ยวกับการถือศีลอดในวันอะรอฟะฮฺ ท่านร่อซูลุลลอฮ์ตอบว่า

‎[صِيَامُ يَوْمِ عَرَفَةَ أَحْتَسِبُ عَلَى اللهِ أَنْ يُكَفِّرَ السَّنَةَ الَّتِي قَبْلَهُ وَالسَّنَةَ الَّتِي بَعْدَهُ]

“การถือศีลอดในวันอะรอฟะฮฺ ฉันคาดหวังว่าอัลลอฮฺจะทรงลบล้างบาปของหนึ่งปีที่ผ่านมา และหนึ่งปีที่ จะมาถึง” (บันทึกโดยมุสลิม )

[4.5] เป็นช่วงเวลาที่ดีของการขอดุอาอฺ

ท่านอับดุลลอฮ บินอัมรฺ รายงานว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

‎[خَيْرُ الدُّعَاءِ دُعَاءُ يَوْمِ عَرَفَةَ وَخَيْرُ مَا قُلْتُ أَنَا وَالنَّبِيُّونَ مِنْ قَبْلِي لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ]

“ดุอาอฺที่ดีคือการขอดุอาอฺในวันอะรอฟะฮฺ และประโยคที่ดีที่ฉันและบรรดานบีในยุคก่อนใช้กล่าวกล่าวคือ

‎[ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ ]

“ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอก จากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ไม่มีการตั้งภาคีใดๆร่วมกับพระองค์ การปกครองเป็นของพระองค์ และมวลการสรรเสริญเป็นของพระองค์ และพระองค์ทรงสามารถเหนือทุกสิ่ง”(บันทึกโดยติรมีซียฺ มาลิก ชัยคฺอัลบานียฺ ระบุว่าเป็นหะดีษฮะซัน)

✨ 5. วันนะหฺรุ

วันนะหฺรุ คือวันเชือด ตรงกับวันที่ 10 เดือนซุลฮิจญะฮฺ ส่วนใหญ่จะเรียกวันนี้ว่า”วันอีดิ้ลอัฏฮา” ซึ่งมีความประเสริฐดังนี้คือ

[5.1] วันที่ดีวันหนึ่งในรอบปี

ท่านอับดุลลอฮฺบินกุรฏฺรอฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่าท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

‎ أَعْظَمُ الْأَيَّامِ عِنْدَ اللَّهِ يَوْمُ النَّحْرِ

“หนึ่งในวันต่างๆที่ยิ่งใหญ่ ณ อัลลอฮฺคือวันเชือด”(บันทึกโดยอะห์หมัด อบูดาวุด )

[5.2] วันนะหฺรุ คือวันอีดิ้ลอัฎฮา เป็นวันแห่งการกินและการดื่ม วันแห่งความสนุกสนานของประชาชาติอิสลาม ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

‎[ يَوْمُ عَرَفَةَ وَيَوْمُ النَّحْرِ وَأَيَّامُ التَّشْرِيْقِ عِيْدُنَا أَهْلَ الإِسْلاَمِ وَهِيَ أَيَّامُ أَكْلٍ وَشُرْبٍ]

“วันอะรอฟะฮฺ วันนะหฺรุและวันตัชรีก เป็นวันรื่นเริงของเราโอ้ชาวอิสลามมันคือวันแห่งการกิน และดื่ม “

✨ 6. วันตัชรีก

วันตัชรีก คือสามวันหลังจากวันอีดิ้ลอัฎฮา คือวันที่ 11-12-13 เดือนซุลฮิจญะฮฺ ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าวันตัชรีก เพราะผู้ที่เชือดสัตว์อุฎฮิยะฮฺในวันอีดิ้ลอัฎฮาส่วนใหญ่จะนำเนื้อส่วนที่เหลือออกมาตากแดดให้แห้ง เพื่อเก็บรักษาไว้กินได้นานๆ

✨ 7. การทำอุฎฮียะฮฺ

อุฎฮียะฮฺคือ สิ่งที่จะถูกเชือดจากบรรดาสัตว์ใหญ่ในช่วงวันอีดิลอัฎฮาเพื่อสร้างความใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ และเป็นพิธีกรรมหนึ่งของอิสลามที่ถูกกำหนดให้เป็นบัญญัติศาสนาโดยอัลกุรอ่าน ซุนนะฮฺของท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และมติของปวงปราชญ์อิสลาม

อัลลอฮฺได้กล่าวว่า

‎[ فَصَلِّ لِرَبِّكَ وَانْحَرْ ]الكوثر :2

“และเจ้าจงละหมาดเพื่อองค์อภิบาลของเจ้าและจงเชือดสัตว์พลี” (ซูเราะฮฺอัลเกาซัร : 2)

ในเศาะเหี๊ยะฮฺบุคอรีและมุสลิม จากท่านอนัสอิบนฺมาลิก รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า

‎[ ضَحَّي النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بِكَبْشَيْنِ أَمْلَحَيْنِ ذَبَحَهُمَابِيَدِهِ وَسَمَّى وَكَبَّرَ وَضَعَ رِجْلَهُ عَلَى صَفَاحِهِمَا ]

“ท่านนบี ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ทำอุฎฮียะฮฺด้วยแกะสองตัวสีเทามีเขา ท่านเชือดแกะทั้งสองด้วยมือของท่านเอง พร้อมกล่าวนามของอัลลอฮฺ (บิสมิลลาฮฺ) และกล่าวตักบีรฺ (อัลลอฮุอักบัรฺ) โดยท่านรอซูลวางเท้าบนสีข้างของแกะทั้งสอง”